Google

Saturday, July 18, 2026

#สารานุกรมกฎหมายระหว่างประเทศ #Expatriation ( #การสละสัญชาติ)

 


#Expatriation (#การสละสัญชาติ)

(ในหมวด Citizenship และ Nationality)

1. ความหมาย (Definition)

Expatriation หมายถึง การที่บุคคลสละหรือสูญเสียสัญชาติของตนโดยสมัครใจตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด ทำให้ความสัมพันธ์ทางกฎหมายระหว่างบุคคลกับรัฐสิ้นสุดลง

ในอดีต คำว่า Expatriation ใช้หมายถึงการละทิ้งความจงรักภักดีต่อรัฐเดิมและไปอยู่ภายใต้ความจงรักภักดีของอีกรัฐหนึ่ง ปัจจุบัน กฎหมายของหลายประเทศกำหนดให้การสละสัญชาติต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย และมักมีผลเมื่อบุคคลได้รับหรือกำลังจะได้รับสัญชาติของรัฐอื่น


2. ความเป็นมา

ในอดีต หลายประเทศถือว่าพลเมืองไม่อาจสละสัญชาติของตนได้ เพราะความจงรักภักดีต่อรัฐเป็นความผูกพันตลอดชีวิต (Perpetual Allegiance)

ต่อมา แนวคิดเรื่องเสรีภาพของบุคคลได้รับการยอมรับมากขึ้น ทำให้รัฐส่วนใหญ่ยอมรับสิทธิในการสละสัญชาติ ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด และคำนึงถึงการป้องกันมิให้บุคคลกลายเป็นผู้ไร้สัญชาติ


3. หลักกฎหมายระหว่างประเทศ

หลักกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

1.       รัฐมีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการได้มาและการสิ้นสุดสัญชาติของตน

2.       การสละสัญชาติควรเป็นไปโดยสมัครใจและเป็นไปตามกฎหมาย

3.       รัฐไม่ควรทำให้บุคคลกลายเป็นผู้ไร้สัญชาติโดยพลการ

4.       การเพิกถอนสัญชาติที่มีลักษณะเลือกปฏิบัติหรือเป็นการลงโทษทางการเมือง อาจขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ


4. เหตุแห่งการสิ้นสุดสัญชาติ

กฎหมายของแต่ละประเทศอาจกำหนดให้สัญชาติสิ้นสุดลงได้ เช่น

  • การยื่นคำร้องสละสัญชาติ
  • การได้รับสัญชาติใหม่ในประเทศที่ไม่อนุญาตให้ถือสองสัญชาติ
  • การแสดงความจงรักภักดีต่อรัฐอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
  • การรับราชการทหารในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต (ในบางประเทศ)
  • การได้สัญชาติโดยการฉ้อฉล ซึ่งอาจเป็นเหตุให้รัฐเพิกถอนสัญชาติ

5. ผลทางกฎหมาย

เมื่อการสละสัญชาติมีผล บุคคลอาจสูญเสียสิทธิบางประการ ได้แก่

  • สิทธิในการเลือกตั้ง
  • สิทธิในการดำรงตำแหน่งทางการเมือง
  • สิทธิในการได้รับหนังสือเดินทางของรัฐเดิม
  • สิทธิในการได้รับความคุ้มครองทางการทูต
  • สิทธิในการพำนักโดยไม่มีข้อจำกัดในรัฐเดิม (ขึ้นอยู่กับกฎหมายของรัฐนั้น)

หากยังไม่ได้รับสัญชาติของรัฐอื่น บุคคลอาจตกอยู่ในภาวะ ไร้สัญชาติ (Statelessness) ซึ่งส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการใช้สิทธิขั้นพื้นฐาน


6. อนุสัญญาระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

  • ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ค.ศ.1948 (UDHR) มาตรา 15
  • อนุสัญญาว่าด้วยสถานะบุคคลไร้สัญชาติ ค.ศ.1954
  • อนุสัญญาว่าด้วยการลดภาวะไร้สัญชาติ ค.ศ.1961
  • อนุสัญญายุโรปว่าด้วยสัญชาติ ค.ศ.1997

7. ความแตกต่างระหว่าง Expatriation และ Deprivation of Nationality

Expatriation
การสละหรือการสูญเสียสัญชาติโดยสมัครใจของบุคคล

Deprivation of Nationality
การที่รัฐเพิกถอนสัญชาติของบุคคลตามกฎหมาย เช่น การได้สัญชาติโดยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือเหตุด้านความมั่นคงของรัฐ


8. ตัวอย่าง

ตัวอย่างที่ 1
บุคคลสัญชาติไทยได้รับสัญชาติของประเทศที่กำหนดให้ผู้ขอสัญชาติต้องสละสัญชาติเดิม จึงยื่นคำร้องสละสัญชาติไทยตามขั้นตอนของกฎหมาย

ตัวอย่างที่ 2
บุคคลได้รับสัญชาติของรัฐหนึ่งโดยใช้เอกสารปลอม ต่อมารัฐตรวจพบการทุจริตและเพิกถอนสัญชาติ กรณีนี้เป็น การเพิกถอนสัญชาติ (Deprivation of Nationality) มิใช่ Expatriation


9. ประเด็นร่วมสมัย

ในปัจจุบัน หลายประเทศเผชิญปัญหาการเพิกถอนสัญชาติในคดีที่เกี่ยวกับการก่อการร้าย การฉ้อโกงในการขอสัญชาติ และอาชญากรรมร้ายแรง อย่างไรก็ตาม การใช้มาตรการดังกล่าวต้องสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน และไม่ควรทำให้บุคคลตกอยู่ในภาวะไร้สัญชาติ เว้นแต่จะเป็นกรณีที่กฎหมายระหว่างประเทศยอมรับ


10. ดูเพิ่มเติม (See Also)

  • Nationality
  • Citizenship
  • Naturalization
  • Renunciation of Nationality
  • Deprivation of Nationality
  • Denationalization
  • Stateless Person
  • Dual Nationality
  • Diplomatic Protection
  • Passport

11. คำสำคัญ (Keywords)

Expatriation • Renunciation of Nationality • Loss of Nationality • Deprivation of Nationality • Denationalization • Statelessness • Citizenship • Nationality • Human Rights


หมายเหตุทางวิชาการ

เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลของกฎหมายระหว่างประเทศ ผมขอเสนอว่า ใน สารานุกรมกฎหมายระหว่างประเทศ ควรแยกคำศัพท์ออกเป็น 3 คำ ได้แก่

1.       Expatriationการสละสัญชาติ (โดยสมัครใจ)

2.       Renunciation of Nationalityการสละสัญชาติ (ศัพท์กฎหมายที่ใช้ในกฎหมายของหลายประเทศ)

3.       Deprivation of Nationality (Denationalization)การเพิกถอนสัญชาติ (การกระทำของรัฐ)

การแยกเช่นนี้จะตรงกับการใช้คำในตำรากฎหมายระหว่างประเทศ อนุสัญญาระหว่างประเทศ และคำพิพากษาของศาลระหว่างประเทศ และช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจความแตกต่างระหว่าง การสละสัญชาติด้วยความสมัครใจ กับ การเพิกถอนสัญชาติโดยรัฐ ได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ.

=========================

📚 สนใจหนังสือของสำนักพิมพ์ทองใบ  คลิกดูรายละเอียดและสั่งซื้อ eBook ได้ทันทีผ่านลิงก์ร้านขายหนังสือในMeb Market

หนังสือคุณภาพจากสำนักพิมพ์ทองใบ เรียบเรียงโดย พลเรือตรี รศ.ทองใบ ธีรานันทางกูร อ่านง่าย ได้สาระ ค้นคว้าอ้างอิงได้ เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ และผู้สนใจทั่วไป

Hashtag แนะนำ

#ร้านหนังสือสำนักพิมพ์ทองใบ

#Ebookไทย

#หนังสือดีบอกต่อ

#หนังสือออนไลน์

#MebMarket

#อ่านหนังสือ

#รักการอ่าน

#พัฒนาตนเอง

#ความรู้รอบตัว

#พระพุทธศาสนา

#ประวัติศาสตร์

#เศรษฐศาสตร์

#หนังสือวิชาการ

#หนังสือสารคดี

#Ebookน่าอ่าน

#หนังสือขายดี

#หนังสือแนะนำ

#BookLover

#ThaiEbook

#KnowledgeIsPowe

#สารานุกรมกฎหมายระหว่างประเทศ Dual Nationality (#การมีสองสัญชาติ)

 

Dual Nationality (#


การมีสองสัญชาติ)

(ในหมวด Citizenship และ Nationality)

1. ความหมาย (Definition)

Dual Nationality หรือ การมีสองสัญชาติ หมายถึง สถานะที่บุคคลได้รับการยอมรับให้เป็นผู้มีสัญชาติของรัฐตั้งแต่สองรัฐขึ้นไปในเวลาเดียวกัน ส่งผลให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายของแต่ละรัฐที่ตนถือสัญชาติอยู่

การมีสองสัญชาติอาจเกิดขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมายของแต่ละประเทศ แม้ว่าบางรัฐจะรับรองสถานะดังกล่าว ขณะที่บางรัฐกำหนดให้บุคคลต้องสละสัญชาติเดิมเมื่อได้รับสัญชาติใหม่


2. วิธีการได้มาซึ่งการมีสองสัญชาติ

การมีสองสัญชาติเกิดขึ้นได้หลายกรณี เช่น

1.       การเกิดจากบิดามารดาที่มีสัญชาติต่างกัน
เด็กอาจได้รับสัญชาติของบิดาและมารดาตามหลักสายโลหิต (Jus Sanguinis)

2.       การเกิดในประเทศที่ใช้หลักดินแดน (Jus Soli)
เด็กได้รับสัญชาติของประเทศที่เกิด และได้รับสัญชาติของบิดามารดาตามหลักสายโลหิต

3.       การแปลงสัญชาติ (Naturalization)
บุคคลได้รับสัญชาติใหม่ โดยรัฐเดิมมิได้เพิกถอนสัญชาติเดิม

4.       การสมรส
บางประเทศให้สิทธิได้รับสัญชาติของคู่สมรส โดยยังคงสัญชาติเดิมไว้

5.       การรับรองตามกฎหมายพิเศษ
เช่น การคืนสัญชาติ การรับบุตรบุญธรรม หรือการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของรัฐ


3. หลักกฎหมายระหว่างประเทศ

กฎหมายระหว่างประเทศมิได้ห้ามการมีสองสัญชาติ แต่ยอมรับว่าการกำหนดสัญชาติเป็นอำนาจอธิปไตยของแต่ละรัฐ อย่างไรก็ตาม การใช้สิทธิของรัฐต้องไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งกับหลักสิทธิมนุษยชนหรือพันธกรณีระหว่างประเทศ

เมื่อบุคคลถือสองสัญชาติ รัฐแต่ละรัฐอาจถือว่าบุคคลนั้นเป็นพลเมืองของตนโดยสมบูรณ์ ส่งผลให้เกิดปัญหาเรื่องเขตอำนาจ การคุ้มครองทางการทูต และการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย


4. ปัญหาทางกฎหมาย

การมีสองสัญชาติอาจก่อให้เกิดปัญหา เช่น

  • การรับราชการทหารในสองประเทศ
  • การเสียภาษีซ้ำซ้อน
  • ความขัดแย้งด้านเขตอำนาจศาล
  • การใช้หนังสือเดินทางหลายประเทศ
  • การได้รับความคุ้มครองทางการทูต
  • การดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือราชการ
  • การถือครองทรัพย์สินตามกฎหมายของแต่ละรัฐ
  • ความขัดแย้งด้านมรดกและกฎหมายครอบครัว

5. การคุ้มครองทางการทูต

หลักทั่วไปของกฎหมายระหว่างประเทศกำหนดว่า

  • หากบุคคลอยู่ในรัฐที่ตนถือสัญชาติ รัฐอีกแห่งหนึ่งโดยทั่วไปไม่อาจใช้สิทธิคุ้มครองทางการทูตต่อรัฐนั้นได้
  • หากอยู่ในรัฐที่สาม ทั้งสองรัฐอาจอ้างสิทธิในการคุ้มครองได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและหลัก Genuine Link หรือความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างบุคคลกับรัฐผู้ให้ความคุ้มครอง

6. อนุสัญญาระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

  • อนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยปัญหาความขัดกันของกฎหมายสัญชาติ ค.ศ.1930 (Hague Convention on Certain Questions Relating to the Conflict of Nationality Laws)
  • ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ค.ศ.1948 (UDHR) มาตรา 15
  • อนุสัญญาว่าด้วยการลดภาวะไร้สัญชาติ ค.ศ.1961
  • อนุสัญญายุโรปว่าด้วยสัญชาติ ค.ศ.1997 (European Convention on Nationality)

7. คำพิพากษาสำคัญ

Nottebohm Case (Liechtenstein v. Guatemala, ICJ, 1955)

ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศวางหลักว่า การอ้างสิทธิในการคุ้มครองทางการทูตควรตั้งอยู่บน "ความสัมพันธ์ที่แท้จริง" (Genuine Link) ระหว่างบุคคลกับรัฐ มิใช่เพียงการถือสัญชาติในทางรูปแบบเท่านั้น

หลักดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งในกรณีบุคคลที่ถือสองสัญชาติหรือหลายสัญชาติ


8. ตัวอย่าง

ตัวอย่างที่ 1
เด็กเกิดในสหรัฐอเมริกาจากบิดามารดาชาวไทย อาจได้รับสัญชาติสหรัฐอเมริกาตามหลักดินแดน (Jus Soli) และได้รับสัญชาติไทยตามหลักสายโลหิต (Jus Sanguinis)

ตัวอย่างที่ 2
บุคคลสัญชาติแคนาดาได้รับสัญชาติออสเตรเลียโดยการแปลงสัญชาติ โดยกฎหมายของทั้งสองประเทศอนุญาตให้คงสัญชาติเดิมไว้ จึงมีสถานะเป็นผู้ถือสองสัญชาติ

ตัวอย่างที่ 3
ผู้ถือสองสัญชาติเดินทางเข้าสู่ประเทศที่ตนถือสัญชาติ รัฐนั้นอาจถือว่าบุคคลดังกล่าวเป็นพลเมืองของตนแต่เพียงผู้เดียว และอาจไม่ยอมรับการแทรกแซงทางการทูตจากอีกรัฐหนึ่ง


9. ประเด็นร่วมสมัย

ในยุคโลกาภิวัตน์ การมีสองสัญชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก

  • การแต่งงานระหว่างคนต่างสัญชาติ
  • การย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศ
  • การศึกษาต่อและการทำงานในต่างประเทศ
  • การลงทุนและการขอสัญชาติจากโครงการส่งเสริมการลงทุน
  • การอพยพและการลี้ภัย

หลายประเทศปรับกฎหมายให้ยอมรับการถือสองสัญชาติ ขณะที่บางประเทศยังคงจำกัดหรือห้าม เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐและความจงรักภักดีของพลเมือง


10. ดูเพิ่มเติม (See Also)

  • Citizenship
  • Citizen
  • Nationality
  • Multiple Nationality
  • Naturalization
  • Jus Soli
  • Jus Sanguinis
  • Allegiance
  • Stateless Person
  • Diplomatic Protection
  • Passport
  • Consular Protection

11. คำสำคัญ (Keywords)

Dual Nationality • Dual Citizenship • Multiple Nationality • Nationality • Citizenship • Jus Soli • Jus Sanguinis • Naturalization • Allegiance • Diplomatic Protection • Genuine Link


========================

📚 สนใจหนังสือของสำนักพิมพ์ทองใบ  คลิกดูรายละเอียดและสั่งซื้อ eBook ได้ทันทีผ่านลิงก์ร้านขายหนังสือในMeb Market

หนังสือคุณภาพจากสำนักพิมพ์ทองใบ เรียบเรียงโดย พลเรือตรี รศ.ทองใบ ธีรานันทางกูร อ่านง่าย ได้สาระ ค้นคว้าอ้างอิงได้ เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ และผู้สนใจทั่วไป

Hashtag แนะนำ

#ร้านหนังสือสำนักพิมพ์ทองใบ

#Ebookไทย

#หนังสือดีบอกต่อ

#หนังสือออนไลน์

#MebMarket

#อ่านหนังสือ

#รักการอ่าน

#พัฒนาตนเอง

#ความรู้รอบตัว

#พระพุทธศาสนา

#ประวัติศาสตร์

#เศรษฐศาสตร์

#หนังสือวิชาการ

#หนังสือสารคดี

#Ebookน่าอ่าน

#หนังสือขายดี

#หนังสือแนะนำ

#BookLover

#ThaiEbook

#KnowledgeIsPowe

#สารานุกรมกฎหมายระหว่างประเทศ : #Alien (#คนต่างด้าว)

 

Alien (คนต่างด้าว)

(ในบริบทของ Citizenship และ Nationality)

1. ความหมาย (Definition)

Alien หรือ คนต่างด้าว หมายถึง บุคคลผู้มิได้มีสัญชาติของรัฐที่ตนอาศัยอยู่หรือเข้าไปพำนักชั่วคราว จึงไม่มีสถานะเป็นพลเมือง (Citizen) ของรัฐนั้น แม้ว่าจะอาศัยอยู่ในรัฐนั้นโดยชอบด้วยกฎหมายก็ตาม

โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศ การกำหนดว่าใครเป็นคนต่างด้าวขึ้นอยู่กับกฎหมายสัญชาติ (Nationality Law) ของแต่ละรัฐ แต่การปฏิบัติต่อคนต่างด้าวต้องเป็นไปตามพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนและกฎหมายระหว่างประเทศ


2. ความเป็นมา

ในอดีต คนต่างด้าวได้รับการคุ้มครองเพียงเล็กน้อย เนื่องจากรัฐถือว่าการเข้าเมืองเป็นเรื่องของอำนาจอธิปไตยโดยสมบูรณ์ (State Sovereignty)

ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง การรับรองสิทธิมนุษยชนสากลได้เปลี่ยนแนวคิดดังกล่าว ทำให้คนต่างด้าวได้รับการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานมากขึ้น แม้ว่าจะมิใช่พลเมืองของรัฐนั้นก็ตาม


3. หลักกฎหมายระหว่างประเทศ

กฎหมายระหว่างประเทศยอมรับหลักสำคัญ ดังต่อไปนี้

1.       รัฐมีอำนาจอธิปไตยในการควบคุมการเข้าเมือง การพำนัก และการเนรเทศคนต่างด้าว

2.       คนต่างด้าวมีสิทธิได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ไม่ถูกเลือกปฏิบัติ และได้รับกระบวนการยุติธรรม

3.       การเนรเทศต้องเป็นไปตามกฎหมาย และต้องไม่เป็นการเลือกปฏิบัติหรือกระทำโดยพลการ

4.       รัฐต้องเคารพสิทธิมนุษยชนของคนต่างด้าว ไม่ว่าจะมีสถานะทางกฎหมายเช่นใด


4. สิทธิของคนต่างด้าว

โดยทั่วไป คนต่างด้าวมีสิทธิ เช่น

  • สิทธิในชีวิตและความปลอดภัย
  • สิทธิในเสรีภาพแห่งศาสนา
  • เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
  • สิทธิในการได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
  • สิทธิในการทำสัญญา
  • สิทธิในการเป็นเจ้าของทรัพย์สิน (ตามที่กฎหมายของแต่ละรัฐกำหนด)
  • สิทธิในการประกอบอาชีพ (ภายใต้ข้อจำกัดของกฎหมาย)
  • สิทธิได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม คนต่างด้าวมักไม่มีสิทธิทางการเมือง เช่น

  • สิทธิเลือกตั้ง
  • สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
  • สิทธิรับตำแหน่งทางการเมือง
  • สิทธิดำรงตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของรัฐ

5. หน้าที่ของคนต่างด้าว

เมื่อพำนักอยู่ในรัฐหนึ่ง คนต่างด้าวมีหน้าที่ เช่น

  • ปฏิบัติตามกฎหมายของรัฐนั้น
  • เสียภาษีตามที่กฎหมายกำหนด
  • เคารพความสงบเรียบร้อยของรัฐ
  • ปฏิบัติตามกฎหมายคนเข้าเมือง
  • แจ้งที่อยู่หรือข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด

ในบางประเทศ คนต่างด้าวที่มีถิ่นพำนักถาวรอาจมีหน้าที่รับราชการทหารตามกฎหมายของรัฐนั้น


6. ประเภทของคนต่างด้าว

แบ่งได้หลายประเภท เช่น

  • คนต่างด้าวที่พำนักถาวร (Permanent Resident Alien)
  • คนต่างด้าวที่พำนักชั่วคราว (Temporary Resident)
  • นักท่องเที่ยว (Visitor)
  • นักเรียนต่างชาติ (International Student)
  • แรงงานต่างด้าว (Migrant Worker)
  • นักลงทุนต่างชาติ (Foreign Investor)
  • ผู้ลี้ภัย (Refugee)
  • ผู้แสวงหาที่ลี้ภัย (Asylum Seeker)
  • บุคคลไร้สัญชาติ (Stateless Person)

7. อนุสัญญาระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

  • ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ค.ศ.1948 (UDHR)
  • กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ค.ศ.1966 (ICCPR)
  • อนุสัญญาว่าด้วยผู้ลี้ภัย ค.ศ.1951
  • พิธีสารว่าด้วยผู้ลี้ภัย ค.ศ.1967
  • อนุสัญญาว่าด้วยสถานะบุคคลไร้สัญชาติ ค.ศ.1954
  • อนุสัญญาว่าด้วยการลดภาวะไร้สัญชาติ ค.ศ.1961
  • อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติ ค.ศ.1990

8. คำพิพากษาสำคัญ

Nottebohm Case (Liechtenstein v. Guatemala, ICJ, 1955)

ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศวางหลักว่า การให้ความคุ้มครองทางการทูตแก่บุคคลต้องตั้งอยู่บนความสัมพันธ์ที่แท้จริง (Genuine Link) ระหว่างบุคคลกับรัฐผู้ให้ความคุ้มครอง

Barcelona Traction Case (Belgium v. Spain, ICJ, 1970)

ศาลอธิบายหลักเกี่ยวกับการคุ้มครองคนต่างด้าวผ่านการคุ้มครองทางการทูตของรัฐเจ้าของสัญชาติ


9. ประเด็นร่วมสมัย

ปัจจุบัน ประเด็นเกี่ยวกับคนต่างด้าวมีความสำคัญมากขึ้น อันเนื่องมาจาก

  • การย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศ
  • แรงงานข้ามชาติ
  • ผู้ลี้ภัยจากสงคราม
  • ผู้ลี้ภัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • การค้ามนุษย์
  • ความมั่นคงชายแดน
  • การก่อการร้ายข้ามชาติ
  • การเข้าเมืองผิดกฎหมาย
  • การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้อพยพ

10. ตัวอย่าง

ตัวอย่างที่ 1
ชาวญี่ปุ่นเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นเวลา 30 วัน บุคคลดังกล่าวมีสถานะเป็น คนต่างด้าวที่พำนักชั่วคราว และอยู่ภายใต้กฎหมายคนเข้าเมืองของไทย

ตัวอย่างที่ 2
ชาวฝรั่งเศสได้รับใบอนุญาตพำนักถาวรในประเทศไทย แม้จะมีสิทธิพำนักและประกอบกิจการบางประเภท แต่ยังไม่มีสิทธิเลือกตั้งหรือดำรงตำแหน่งทางการเมือง เนื่องจากมิใช่พลเมืองไทย

ตัวอย่างที่ 3
บุคคลผู้หลบหนีจากสงครามและได้รับการรับรองสถานะผู้ลี้ภัยภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยผู้ลี้ภัย ยังคงเป็นคนต่างด้าวในรัฐผู้รับ แต่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศ


11. ดูเพิ่มเติม (See Also)

  • Citizenship
  • Citizen
  • Nationality
  • National
  • Naturalization
  • Stateless Person
  • Refugee
  • Asylum
  • Diplomatic Protection
  • Consular Protection
  • Immigration
  • Deportation
  • Extradition
  • Permanent Residence
  • Human Rights

12. คำสำคัญ (Keywords)

Alien • Foreigner • Foreign National • Citizenship • Nationality • Immigration • Residence • Deportation • Refugee • Stateless Person • Human Rights • Diplomatic Protection

======================

📚 สนใจหนังสือของสำนักพิมพ์ทองใบ  คลิกดูรายละเอียดและสั่งซื้อ eBook ได้ทันทีผ่านลิงก์ร้านขายหนังสือในMeb Market

หนังสือคุณภาพจากสำนักพิมพ์ทองใบ เรียบเรียงโดย พลเรือตรี รศ.ทองใบ ธีรานันทางกูร อ่านง่าย ได้สาระ ค้นคว้าอ้างอิงได้ เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ และผู้สนใจทั่วไป

Hashtag แนะนำ

#ร้านหนังสือสำนักพิมพ์ทองใบ

#Ebookไทย

#หนังสือดีบอกต่อ

#หนังสือออนไลน์

#MebMarket

#อ่านหนังสือ

#รักการอ่าน

#พัฒนาตนเอง

#ความรู้รอบตัว

#พระพุทธศาสนา

#ประวัติศาสตร์

#เศรษฐศาสตร์

#หนังสือวิชาการ

#หนังสือสารคดี

#Ebookน่าอ่าน

#หนังสือขายดี

#หนังสือแนะนำ

#BookLover

#ThaiEbook

#KnowledgeIsPowe

#สารานุกรมกฎหมายระหว่างประเทศ A–Z

 

คำนำ

#สารานุกรมกฎหมายระหว่างประเทศ A–Z

เล่มที่ ๑

จาก Citizen ถึง International Law : Customary Law

กฎหมายระหว่างประเทศเป็นศาสตร์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ องค์การระหว่างประเทศ บุคคล และองค์กรต่าง ๆ ในประชาคมโลก การทำความเข้าใจศัพท์เฉพาะทางด้านกฎหมายระหว่างประเทศจึงเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับผู้ศึกษา นักวิชาการ นักการทูต ข้าราชการ ผู้ปฏิบัติงานด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตลอดจนผู้สนใจทั่วไปที่ต้องการเข้าใจระบบกฎหมายซึ่งกำหนดระเบียบของสังคมโลก

หนังสือ สารานุกรมกฎหมายระหว่างประเทศ A–Z” เล่มที่ ๑ จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมและอธิบายศัพท์สำคัญทางกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเรียงลำดับตามตัวอักษรภาษาอังกฤษ ตั้งแต่คำว่า Citizen จนถึง International Law : Customary Law รวมจำนวน 20 ศัพท์สำคัญ โดยมุ่งหวังให้ผู้อ่านสามารถค้นคว้า ทำความเข้าใจ และเชื่อมโยงแนวคิดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายระหว่างประเทศได้อย่างเป็นระบบ

เนื้อหาในเล่มนี้ครอบคลุมศัพท์สำคัญ เช่น

  • Citizen : พลเมือง
    อธิบายสถานภาพทางกฎหมาย สิทธิ หน้าที่ และความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับรัฐ
  • Citizenship : ความเป็นพลเมือง
    กล่าวถึงหลักเกณฑ์การได้มาและการสิ้นสุดของความเป็นพลเมือง รวมถึงหลักดินแดน หลักสายโลหิต และการแปลงสัญชาติ
  • Dual Nationality : การมีสองสัญชาติ
    อธิบายปัญหาทางกฎหมายจากการที่บุคคลมีความจงรักภักดีและพันธกรณีต่อรัฐมากกว่าหนึ่งรัฐ
  • Statelessness : ความไร้สัญชาติ
    กล่าวถึงปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนของบุคคลที่ไม่ได้รับการรับรองจากรัฐใด
  • Passport และ Visa
    อธิบายเอกสารสำคัญด้านการเดินทางระหว่างประเทศและหลักเกณฑ์การเข้าสู่ดินแดนของรัฐอื่น
  • International Court of Justice (ICJ)
    ศึกษาบทบาทของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในฐานะองค์กรตุลาการหลักขององค์การสหประชาชาติ
  • Jurisdiction ของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ
    ครอบคลุมแนวคิดสำคัญ เช่น Compulsory Jurisdiction, Optional Clause, Connally Amendment และ Ex Aequo Et Bono
  • International Law : กฎหมายระหว่างประเทศ
    อธิบายความหมาย แหล่งกำเนิด พัฒนาการ และบทบาทของกฎหมายระหว่างประเทศในระบบรัฐสมัยใหม่
  • International Law : Conflict of Laws และ Customary Law
    กล่าวถึงกฎหมายขัดกันและกฎหมายจารีตประเพณีในฐานะแหล่งสำคัญของกฎหมายระหว่างประเทศ

การจัดทำอักขรานุกรมเล่มนี้ มิได้มุ่งหมายเพียงการแปลความหมายของศัพท์เท่านั้น แต่ต้องการนำเสนอทั้ง ความหมาย หลักการ พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ ความสำคัญ และความเชื่อมโยงกับระบบกฎหมายระหว่างประเทศในปัจจุบัน เพื่อให้ผู้อ่านสามารถมองเห็นภาพรวมของแต่ละแนวคิดได้อย่างลึกซึ้ง

กฎหมายระหว่างประเทศมีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง จากระบบความสัมพันธ์ระหว่างรัฐในอดีตสู่ระบบกฎหมายโลกที่เกี่ยวข้องกับประเด็นใหม่ ๆ เช่น สิทธิมนุษยชน การค้าโลก ความมั่นคงระหว่างประเทศ สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ ดังนั้น การศึกษาศัพท์กฎหมายระหว่างประเทศจึงเป็นเสมือนการทำความเข้าใจ “ภาษากลางของประชาคมโลก”

ผู้เรียบเรียงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า อักขรานุกรมกฎหมายระหว่างประเทศ A–Z เล่มที่ ๑” จะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา ค้นคว้า และเป็นแหล่งอ้างอิงสำหรับนักศึกษา นักวิชาการ และผู้สนใจด้านกฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้งเป็นพื้นฐานสำหรับการศึกษาศัพท์ในเล่มต่อ ๆ ไป

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจและร่วมเดินทางเข้าสู่โลกแห่งกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ช่วยสร้างความเข้าใจ ความร่วมมือ และสันติภาพในประชาคมโลก


พลเรือตรี รศ.ทองใบ ธีรานันทางกูร
ผู้เรียบเรียง
สำนักพิมพ์ทองใบ


===========================


📚 สนใจหนังสือของสำนักพิมพ์ทองใบ  คลิกดูรายละเอียดและสั่งซื้อ eBook ได้ทันทีผ่านลิงก์ร้านขายหนังสือในMeb Market

หนังสือคุณภาพจากสำนักพิมพ์ทองใบ เรียบเรียงโดย พลเรือตรี รศ.ทองใบ ธีรานันทางกูร อ่านง่าย ได้สาระ ค้นคว้าอ้างอิงได้ เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ และผู้สนใจทั่วไป

Hashtag แนะนำ

#ร้านหนังสือสำนักพิมพ์ทองใบ

#Ebookไทย

#หนังสือดีบอกต่อ

#หนังสือออนไลน์

#MebMarket

#อ่านหนังสือ

#รักการอ่าน

#พัฒนาตนเอง

#ความรู้รอบตัว

#พระพุทธศาสนา

#ประวัติศาสตร์

#เศรษฐศาสตร์

#หนังสือวิชาการ

#หนังสือสารคดี

#Ebookน่าอ่าน

#หนังสือขายดี

#หนังสือแนะนำ

#BookLover

#ThaiEbook

#KnowledgeIsPowe


📘 ฐานข้อมูลที่นักกฎหมาย นักการทูต และนักศึกษาต้องมีติดอุปกรณ์! "สารานุกรมกฎหมายระหว่างประเทศ" (Encyclopedic Dictionary of International Law)

 


📘 ฐานข้อมูลที่นักกฎหมาย นักการทูต และนักศึกษาต้องมีติดอุปกรณ์! "สารานุกรมกฎหมายระหว่างประเทศ" (Encyclopedic Dictionary of International Law)

รวบรวมคำศัพท์ หลักการ และแนวคิดทางกฎหมายระหว่างประเทศไว้อย่างครบถ้วนและลึกซึ้ง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นตำราอ้างอิงระดับมหาวิทยาลัยและการปฏิบัติงานจริง

✍️ เรียบเรียงโดย: พลเรือตรี รศ.ทองใบ ธีรานันทางกูร (ศิษย์เก่า LSE) 🏛 จัดทำโดย: สำนักพิมพ์ทองใบ

รูปแบบ Ebook (PDF): ค้นหาคำศัพท์ที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว พกพาง่าย อ่านได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ 🌟 รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายหนังสือ นำไปสมทบทุนค่าอาหารและเวชภัณฑ์เพื่อช่วยเหลือสัตว์ในสถานสงเคราะห์

📥 สั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดเพื่อรับไฟล์ Ebook ได้โดยตรงที่:

  • Email: thongbai_thira@yahoo.com
  • โทรศัพท์ หรือไลน์: 0892380491
========================================

📚 สนใจหนังสือของสำนักพิมพ์ทองใบ  คลิกดูรายละเอียดและสั่งซื้อ eBook ได้ทันทีผ่านลิงก์ร้านขายหนังสือในMeb Market

หนังสือคุณภาพจากสำนักพิมพ์ทองใบ เรียบเรียงโดย พลเรือตรี รศ.ทองใบ ธีรานันทางกูร อ่านง่าย ได้สาระ ค้นคว้าอ้างอิงได้ เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ และผู้สนใจทั่วไป

Hashtag แนะนำ

#ร้านหนังสือสำนักพิมพ์ทองใบ

#Ebookไทย

#หนังสือดีบอกต่อ

#หนังสือออนไลน์

#MebMarket

#อ่านหนังสือ

#รักการอ่าน

#พัฒนาตนเอง

#ความรู้รอบตัว

#พระพุทธศาสนา

#ประวัติศาสตร์

#เศรษฐศาสตร์

#หนังสือวิชาการ

#หนังสือสารคดี

#Ebookน่าอ่าน

#หนังสือขายดี

#หนังสือแนะนำ

#BookLover

#ThaiEbook

#KnowledgeIsPowe