Google

Showing posts with label English-Thai Dictionary of International Law. Show all posts
Showing posts with label English-Thai Dictionary of International Law. Show all posts

Tuesday, October 6, 2009

Jurisdiction

เขตอำนาจ

สิทธิของรัฐหรือของศาลที่จะพูดหรือกระทำด้วยอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เขตอำนาจตามกฎหมายจะเกี่ยวข้องกับการอ้างสิทธิเข้าควบคุมบุคคล ทรัพย์สิน คนในบังคับ และสถานการณ์ ในอาณาเขตทางกฎหมาย ทางการเมือง และทางภูมิศาสตร์ ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศนั้นเขตอำนาจตามกฎหมายเหนือดินแดนสามารถได้มาโดยวิธี (1) แผ่นดินงอก (2) การยกให้ (3) การพิชิต (4) การค้นพบ และ (5) การครอบครองมาเป็นเวลานาน

ความสำคัญ ในโลกซึ่งประกอบด้วยรัฐที่มีเอกราชและอำนาจอธิปไตยจำนวนมากกว่า 180 ชาตินี้ ก็ย่อมจะมีปัญหาของเขตอำนาจตามกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องในรูปแบบของการขัดแย้งระหว่างประเทศ การเจรจากัน และการอนุญาตโตตุลาการ การขัดแย้งเกี่ยวกับเขตอำนาจทางกฎหมายระหว่างรัฐมักจะเกี่ยวกับข้องกับเรื่องต่อไปนี้ (1) ความเป็นพลเมือง (2) เส้นพรมแดน (3) น่านฟ้า (4) ทะเลหลวง (5) สิทธิในการประมง (6) น่านน้ำอาณาเขต (7) การผ่านโดยบริสุทธิ์ และ (8) อวกาศ

Jurisdiction : Accretion

เขตอำนาจ :ดินแดนงอก

ดินแดนที่ได้เพิ่มขึ้นมาโดยการทับถมของวัตถุในแม่น้ำหรือในทะเล ซึ่งอาจตกเป็นของรัฐผืนแผ่นดินใหญ่หรือรัฐชายฝั่งก็ได้ หลักการได้ดินแดนงอก กล่าวคือ ดินแดนที่เพิ่มขึ้นโดยธรรมชาติจากดินแดนเดิมให้มาอยู่ภายใต้เขตอำนาจตามกฎหมายเดียวกันนี้ เป็นหลักการที่มีมาตั้งแต่ยุคกฎหมายโรมันจากผลงานของฮูโก กรอติอุส สิ่งที่เพิ่มมาว่านี้อาจจะงอกขึ้นตามฝั่งแม่น้ำหรือฝั่งมหาสมุทรหรืออาจจะเป็นเกาะแก่งหรือดินดอนปากแม่น้ำก็ได้

ความสำคัญ การได้ดินแดนเพิ่มโดยการงอกของแผ่นดินนี้ อาจสร้างปัญหาทางการเมืองและทางเศรษฐกิจที่ร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับเขตอำนาจของกฎหมายเหนือดินแดนได้ ปัญหาเหล่านี้อาจจะหมายถึงการเกิดเกาะในแม่น้ำที่ใช้เป็นเส้นพรมแดนระหว่างประเทศ หรือเกิดเกาะหรือดินดอนสามเหลี่ยมในเส้นแนวชายฝั่ง ซึ่งเป็นการขยายน่านน้ำอาณาเขตของรัฐออกไปในมหาสมุทรมากขึ้น

Jurisdiction , Admiralty

เขตอำนาจเหนือกิจการพาณิชยนาวี

อำนาจหน้าที่ของรัฐเหนือกิจการพาณิชยนาวี เขตอำนาจเหนือกิจการพาณิชยนาวีเป็นเขตที่ต้องใช้เทคนิคทางนิติศาสตร์ในระดับสูงซึ่งมีอยู่ในกฎหมายภายใน จะเกี่ยวกับเรื่องการพาณิชย์และการเดินเรือทางทะเล ตลอดจนการควบคุมเรื่องดังกล่าว กฎหมายการพาณิชยนาวีจะกล่าวถึงเรื่องต่อไปนี้ คือ (1) เขตอำนาจเหนือเรือ เหนือท่าเรือ เหนือกลาสี และเหนือน่านน้ำอาณาเขต (2) การฟ้องร้องทางแพ่งและทางอาญา (3) ทรัพย์ส่วนที่เป็นเรือและส่วนที่เป็นสินค้า (4) การขนส่งผู้โดยสาร (5) สิทธิของสมาชิกลูกเรือ และ (6) การควบคุมดูแลความปลอดภัย

ความสำคัญ เนื่องจากรัฐมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นและการค้ากับการพาณิชย์ก็มีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นสำหรับรัฐต่าง ๆ เหล่านี้ ดังนั้นจึงก่อให้เกิดกฎเกณฑ์และข้อบังคับระหว่างประเทศมีปริมาณเพิ่มขึ้นมากมาย เมื่อกฎเกณฑ์และข้อบังคับระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นมามากเช่นนี้แล้ว รัฐต่าง ๆ ให้การรับรองถึงความจำเป็นว่าจะต้องมีแนวทางปฏิบัติเป็นอย่างเดียวกันมากขึ้น ความพยายามที่จะสร้างหลักปฏิบัติให้เป็นแบบเดียวกับของกฎหมายพาณิชยนาวีโดยสนธิสัญญาและการออกกฎหมายลูกต่าง ๆ ได้ประสบความสำเร็จมากพอสมควรในด้านต่าง ๆ คือ (1) ด้านการควบคุมสุขลักษณะ (2) ด้านการกู้ภัยและการให้ความช่วยเหลือ (3) ด้านการโดนกันของเรือ (4) ด้านความปลอดภัยทางทะเล (5) ด้านเส้นขีดเครื่องหมายแนวบรรทุกเต็มที่ (6) ด้านการใช้ท่าเรือพาณิชยนาวี (7) ด้านการประมงในทะเลหลวง และ (8) ด้านทะเลอาณาเขต แต่ถ้าหากไม่มีสนธิสัญญาต่าง ๆ ดังกล่าว เขตอำนาจเหนือการพาณิชยนาวีก็จะถูกกำหนดโดยกฎหมายภายในของรัฐต่าง ๆ

Jurisdiction : Airspace

เขตอำนาจ : น่านฟ้า

อำนาจอธิปไตยของรัฐเหนือน่านฟ้าที่อยู่เหนือดินแดนของตน เขตอำนาจเหนือน่านฟ้าของชาตินี้ได้รับการรับรองจากอนุสัญญาชิคาโกว่าด้วยการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ค.ศ. 1944) แต่ก็ถูกจำกัดโดยสนธิสัญญาทวิภาคี และพหุภาคีที่รัฐอาจจะเป็นภาคีได้ การประชุมที่ชิคาโกได้ทำการจัดตั้งองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ขึ้นมาเพื่อให้เป็นไปตามหลักการของอนุสัญญาและพัฒนาหลักเกณฑ์การสัญจรทางอากาศระหว่างประเทศ เสรีภาพของการสัญจรทางอากาศอันเป็นหลักการทั่วไปมีอยู่เฉพาะเหนือทะเลหลวงและเหนือผิวโลกเฉพาะส่วนที่มิได้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐใด ๆ เช่น ทวีปแอนตาร์กติกา เป็นต้น เครื่องบินของทางการทหารและของรัฐอื่น ๆ ถือว่ามิใช่ยานพาหนะปกตินั้น จะต้องได้รับมอบอำนาจพิเศษก่อนจึงจะใช้น่านฟ้าของรัฐอื่นได้

ความสำคัญ เขตอำนาจเหนือน่านฟ้าแห่งชาติเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นเพราะเทคโนโลยีได้ทำให้การพาณิชย์ทางอากาศทำได้อย่างรวดเร็วและทำได้ในปริมาณที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น ก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เขตอำนาจเหนือน่านฟ้าแห่งชาติมี 2 ทฤษฎี คือ (1) ทฤษฎีที่ให้เสรีภาพในการสัญจรทางอากาศ และ (2) ทฤษฎีที่ให้รัฐชาติทำการควบคุมการสัญจรทางอากาศ เมื่อได้มีการประดิษฐ์เครื่องบินทิ้งระเบิดและมีเครื่องตรวจจับทางอากาศที่มีประสิทธิผลขึ้นมาแล้ว จึงได้มีการยอมรับกันโดยทั่วไปให้รัฐชาติทำการควบคุมการสัญจรทางอากาศนี้ แต่การพัฒนาทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา ทำให้เกิดปัญหาทางด้านปฏิบัติว่าอำนาจอธิปไตยของชาติเหนือน่านฟ้านี้จะให้เหนือขึ้นไปไกลได้ขนาดใด เมื่อมีการส่งจรวด อาวุธปล่อย ดาวเทียม และยานอวกาศไปกลับโลกได้แล้ว ก็เป็นการเปิดศักราชใหม่ให้มีการเจรจาเพื่อพัฒนากฎหมายว่าด้วยอวกาศระหว่างประเทศ

Jurisdiction : Annexation

เขตอำนาจ : การผนวกดินแดน

การได้ดินแดนเพิ่มโดยการประกาศของรัฐที่ได้ดินแดนว่า ตนได้ขยายอำนาจอธิปไตยและจะใช้เขตอำนาจศาลเหนือพื้นที่ที่ผนวกเข้ามานั้น

ความสำคัญ การขยายอำนาจอธิปไตยโดยการผนวกดินแดนนี้ อาจจะใช้ข้ออ้างต่าง ๆ เช่น (1) เป็นดินแดนที่ตนค้นพบเอง (2) เป็นดินแดนในความยึดครองของตนเอง หรือ (3) เป็นดินแดนที่ตนเองเข้าครอบครองมานานอย่างต่อเนื่อง เมื่อปี ค.ศ. 1938 ประเทศเยอรมนีประกาศผนวกประเทศออสเตรียโดยอ้างถึงพฤติกรรมของรัฐบาลออสเตรียว่าเป็นเหตุให้ต้องทำการเปลี่ยนแปลงออสเตรียมาเป็นรัฐหนึ่งของอาณาจักรไรช์ของเยอรมัน การผนวกดินแดนอาจจะไม่ได้รับการต่อต้านจากฝ่ายที่สามก็ได้ ตัวอย่างเช่น กรณีของการผนวกเกาะแจนมาเยินโดยนอร์เวย์เมื่อปี ค.ศ. 1920 แต่การประกาศผนวกดินแดนอาจได้รับการประท้วงและอ้างสิทธิ์แย้งขึ้นมาได้ ตัวอย่างเช่น กรณีเกี่ยวกับสถานภาพทางกฎหมายของกรีนแลนด์ตะวันออกเมื่อปี ค.ศ. 1933 ซึ่งในกรณีนี้ผู้อ้างสิทธ์ทั้งสองฝ่ายคือเดนมาร์กและนอร์เวย์ได้นำเรื่องเสนอให้ ศาลยุติธรรมถาวรระหว่างประเทศได้พิจารณา ซึ่งศาลฯ ได้ตัดสินให้ฝ่ายเดนมาร์กเป็นผู้ชนะคดี

Jurisdiction : Avulsion

เขตอำนาจ : การเปลี่ยนแปลงของที่ดินโดยกระแสน้ำ


กฎเกณฑ์ของกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยที่ตั้งของเส้นพรมแดนระหว่างประเทศระหว่างสองรัฐที่มีแม่น้ำคั่นอยู่ตรงกลาง เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงของร่องน้ำลึกโดยฉับพลัน ภายใต้กฎเกณฑ์ของการเปลี่ยนแปลงที่ดินโดยกระแสน้ำนั้น ให้ถือว่าเส้นเขตแดนยังอยู่ที่เดิมต่อไป

ความสำคัญ การเปลี่ยนแปลงร่องน้ำอย่างฉับพลันอาจจะทำให้ต้องสูญเสียดินแดนไปเป็นจำนวนมากเมื่อเทียบกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการถูกกระแสน้ำกัดเซาะและเกิดการงอกของแผ่นดินซึ่งเป็นไปอย่างช้า ๆ หากไม่มีกฎเกณฑ์กำหนดไว้เช่นนี้แล้วก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหารุนแรงระหว่างประเทศได้ ยกตัวอย่างเช่น ข้อพิพาทเรื่องร่องน้ำชามิซาลระหว่างสหรัฐอเมริกากับเม็กซิโก เมื่อปี ค.ศ. 1864 แม่น้ำริโอแกรนด์เกิดเปลี่ยนแปลงทางเดินอย่างฉับพลัน ทำให้เกิดปัญหาเรื่องเขตอำนาจเหนือดินแดนระหว่างร่องน้ำเก่ากับร่องน้ำใหม่ ปัญหานี้ยืดเยื้อมานานจึงแก้ได้สำเร็จเมื่อปี ค.ศ. 1967

Jurisdiction : Cession

เขตอำนาจ : ดินแดนที่ได้มาโดยการโอน

การโอนอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดน โดยมีข้อตกลงระหว่างรัฐผู้โอนกับรัฐผู้รับโอน ดินแดนที่ได้มาโดยการโอนนี้ อาจจะหมายถึงการโอนดินแดนทั้งหมด หรือโอนให้เพราะส่วนหนึ่งของดินแดนทั้งหมดของรัฐผู้โอนก็ได้ ถ้าเป็นกรณีโอนดินแดนให้ทั้งหมด รัฐผู้โอนก็จะสิ้นสูญไปเพราะถูกผนวกเข้าไปอยู่ในรัฐผู้โอนนั่นแล้ว ยกตัวอย่างเช่น เกาหลีได้กลายเป็นดินแดนของญี่ปุ่นโดยสนธิสัญญาปี ค.ศ. 1910

ความสำคัญ สนธิสัญญาการโอนดินแดน (1) จะสร้างความชอบธรรมให้แก่ดินแดนที่ได้มาจากการโอนอำนาจอธิปไตยอย่างเป็นทางการแล้วนั้น (2) จะบอกถึงรูปพรรณสัณฐานของดินแดนที่ได้มานั้น และ (3) จะมีการระบุถึงเงื่อนไขของการโอนไว้ด้วย ความถูกต้องตามกฎหมายของการโอนดินแดนนี้ไม่จำเป็นว่าจะต้องได้รับความยินยอมจากประชาชนของดินแดนที่ถูกโอนนั้นก็ได้ แต่เมื่อดูจากหลักการ “การกำหนดการปกครองด้วยตนเอง” ก็ทำให้มีความรู้สึกคล้ายกับว่าการโอนดินแดนจะถูกต้องตามกฎหมายได้นั้นจะต้องให้ประชาชนให้ความยินยอมเสียก่อน การโอนดินแดนอาจกระทำโดยความสมัครใจ ตัวอย่าง คือ การซื้อดินแดนหลุยเซียนา (สหรัฐอเมริกา) หรืออาจจะกระทำโดยความไม่สมัครใจ เช่น กรณีที่ถูกบังคับโดยบทบัญญัติของสนธิสัญญาสันติภาพ เป็นต้น

Jurisdiction : Condominium

เขตอำนาจ : ดินแดนใต้การปกครองร่วม

ดินแดนยังต้องพึ่งพิงรัฐอื่น ที่ถูกปกครองร่วมกันโดยองค์อธิปัตย์ 2 องค์หรือมีมากกว่า ในดินแดนใต้การปกครองร่วมนี้จะมีการนำระบบกฎหมายของสองรัฐนั้นมาใช้ควบคุมเคียงคู่กันไป และเพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาเรื่องเขตอำนาจก็จะมีการระบุไว้ในข้อตกลงระหว่างสององค์อธิปัตย์นั้น ตัวอย่างของดินแดนใต้การปกครองร่วม ได้แก่ ซูดาน (ระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศส ค.ศ. 1914) เกาะแคนตัน และเกาะเอนเดอร์เบอรี (ระหว่างอังกฤษกับสหรัฐอเมริกา ค.ศ. 1938)

ความสำคัญ ในดินแดนใต้การปกครองร่วม จะไม่มีองค์อธิปัตย์ภายนอกใดมีเขตอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียว และอำนาจอธิปไตยก็มิได้อยู่กับประชาชนที่พำนักอยู่ในดินแดนดังกล่าวด้วย ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและในกฎหมายระหว่างประเทศนั้น ดินแดนใต้การปกครองร่วมในฐานะที่เป็นรูปแบบหนึ่งของเขตอำนาจเหนือดินแดนนั้นเป็นปรากฎการณ์ที่นานทีจะมีสักหน การที่อังกฤษ ฝรั่งเศส สหภาพโซเวียต และสหรัฐอเมริกา เข้าควบคุมเยอรมนีในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองนั้น ไม่ถือว่าเยอรมนีเป็นดินแดนใต้การปกครองร่วม แต่เป็นการถูกยึดครองทางทหารในรูปแบบหนึ่งเท่านั้นเอง

Jurisdiction : Contiguous Zone

เขตอำนาจ : เขตต่อเนื่อง

พื้นที่นอกน่านน้ำอาณาเขตที่รัฐชายฝั่งยังคงมีอิสระที่จะไปบังคับให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายของตนได้ ขอบเขตของเขตต่อเนื่องและเขตอำนาจของรัฐชายฝั่งมีการนิยามไว้ในข้อ 24 ของอนุสัญญานครเจนีวาว่าด้วยทะเลอาณาเขตและเขตต่อเนื่อง (ค.ศ. 1958) ความว่าดังนี้ : “(1) ในเขตทะเลหลวงซึ่งต่อเนื่องกับทะเลอาณาเขตของตน รัฐชายฝั่งอาจดำเนินการควบคุมตามที่จำเป็นเพื่อ (ก) ป้องกันการละเมิดข้อบังคับเกี่ยวกับการศุลกากร รัษฎากร การเข้าเมือง หรือการอนามัย ภายในอาณาเขตหรือทะเลอาณาเขตของตน และ (ข) ลงโทษการละเมิดข้อบังคับข้างต้นซึ่งได้กระทำภายในอาณาเขตหรือทะเลอาณาเขตของตน และ (2) เขตต่อเนื่องมิอาจจะขยายเกินกว่าสิบสองไมล์นับจากเส้นฐานซึ่งใช้วัดความกว้างของทะเลอาณาเขต”


ความสำคัญ แนวความคิดเรื่องเขตต่อเนื่องบ่งบอกถึงความมีอยู่ของพื้นที่พิเศษแห่งหนึ่งของทะเลหลวงที่รัฐชายฝั่งไม่อาจอ้างอำนาจอธิปไตยเหนือได้ แต่เป็นที่ซึ่งอาจใช้เขตอำนาจเพื่อวัตถุประสงค์ที่จำกัดบางอย่างได้ เช่น เพื่อบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการศุลกากร เป็นต้น ทุกรัฐต่างให้การรับรองว่ารัฐชายฝั่งมีเขตอำนาจเหนือน่านน้ำอาณาเขตอย่างน้อยสามไมล์ แต่นอกเหนือจากน่านน้ำอาณาเขตนี้แล้ว ตามประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาสามารถตกลงกันไม่ค่อยจะได้เกี่ยวกับขอบเขตของเขตอำนาจของแต่ละรัฐ รัฐต่าง ๆ ก็จึงอ้างเขตอำนาจที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น อังกฤษ และสหรัฐอเมริกาอ้างสิทธิ์ตามประเพณีนิยมที่จะขยายเขตอำนาจที่จำกัดนี้ไปถึงเขตเกินสิบสองไมล์จากชายฝั่งทะเลของตน อย่างไรก็ตามแนวความคิดในเรื่องเขตต่อเนื่องนี้ในที่สุดก็ได้รับการยอมรับในการอภิปรายของคณะกรรมาธิการกฎหมายระหว่างประเทศ (ไอแอลซี) และในที่ประชุมเจนีวาว่าด้วยกฎหมายทะเล และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายระหว่างประเทศในปี ค.ศ. 1964 สำหรับประเทศผู้ลงนามที่ได้ให้สัตยาบันในอนุสัญญาว่าด้วยทะเลอาณาเขต

Jurisdiction , Domestic

เขตอำนาจภายในของรัฐ

กิจการดำเนินชีวิตภายในของรัฐที่ถูกควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดโดยกฎหมายภายในของรัฐ จะไม่ยอมให้กฎหมายระหว่างประเทศเข้ามาควบคุมได้ เขตอำนาจภายในของรัฐก็จึงเป็นองค์ประกอบอย่างหนึ่งของอำนาจอธิปไตยของชาติ ในข้อ 2 ของกฎบัตรสหประชาชาติได้กำหนดไว้ว่า “ไม่มีข้อความใดในกฎบัตรปัจจุบันจะให้อำนาจสหประชาชาติเข้าแทรกแซงในเรื่องโดยสาระสำคัญแล้วตกอยู่ในเขตอำนาจภายในของรัฐ หรือจะเรียกร้องสมาชิกให้ต้องเสนอเรื่องเช่นว่าเพื่อจัดระงับตามกฎบัตรปัจจุบัน”

ความสำคัญ จากแนวความคิดเรื่องเขตอำนาจภายในของรัฐนี้ เป็นการบ่งบอกว่า กฎหมายระหว่างประเทศมิได้เป็นกฎหมายสากล หากแต่เป็นกฎหมายที่มีข้อจำกัดในการใช้เฉพาะกับเรื่องต่าง ๆ ที่ได้รับการยอมรับโดยรัฐอธิปไตยทั้งหลายที่ประกอบเป็นประชาคมระหว่างประเทศเท่านั้น ในการกำหนดเขตแดนระหว่างเขตอำนาจภายในของรัฐกับเขตอำนาจระหว่างประเทศ ก็จะเกิดปัญหาในเรื่องการตีความ ปัญหาที่ยากจะตกลงกันได้อย่างหนึ่งก็คือ ปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชน และเรื่องปัญหาการกำหนดการปกครองด้วยตนเอง ในกรณีที่สหรัฐอเมริกาให้การยอมรับเขตอำนาจโดยการบังคับของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศนั้น ปัญหาทางปฏิบัติที่ว่าใครจะเป็นผู้ตัดสินว่าอะไรคือเขตอำนาจภายในของรัฐนั้น ได้ถูกกำหนดไว้โดยคอนแนลลี อะเมนด์เม้นท์ ว่าให้รัฐชาติภายในเองเป็นฝ่ายตัดสินในเรื่องนี้

Jurisdiction :Extradition

เขตอำนาจ : การส่งผู้ร้ายข้ามแดน

วิธีดำเนินการให้มีการส่งมอบผู้หลบหนีคดีอาญาข้ามรัฐที่พบตัวในรัฐหนึ่งให้แก่รัฐที่การละเมิดกฎหมายบังเกิดขึ้น การส่งผู้ร้ายข้ามแดนจะเริ่มต้นด้วยการเรียกร้องอย่างเป็นทางการจากรัฐหนึ่งไปสู่อีกรัฐหนึ่ง และจะเป็นไปตามพันธกรณีตามที่ได้กำหนดไว้เป็นการเฉพาะในสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างรัฐ

ความสำคัญ การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐหนึ่งจะเข้าไปจับกุมผู้หลบหนีคดีอาญาข้ามรัฐไปอยู่ในเขตอำนาจของอีกรัฐหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐหลังนั้น ถือว่าเป็นการละเมิดเอกราชและอธิปไตยอย่างร้ายแรง อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีผลประโยชน์ร่วมกันในการใช้ความยุติธรรมและในการรักษาความสงบสงบเรียบร้อยนี้ ก็จึงทำให้รัฐต่าง ๆ ให้ความร่วมมือในการส่งมอบผู้หลบหนีคดีอาญาข้ามรัฐระหว่างกัน ความร่วมมือดังกล่าวจะอิงอาศัยรากฐานของข้อตกลงที่ร่างอย่างพิถีพิถัน โดยจะมีการกำหนดเงื่อนไขและรายการความผิดต่าง ๆ ที่จะให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน แต่โดยปกติแล้วอาชญากรรมทางการเมืองจะไม่ได้รับการพิจารณาว่าเป็นความผิดที่จะให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน และรัฐต่าง ๆ ก็จะไม่ยอมส่งมอบพลเมืองของตนให้ไปรับการพิจารณาคดีในรัฐอื่น การส่งผู้ร้ายข้ามแดนส่วนใหญ่จะดำเนินการให้เป็นไปตามสนธิสัญญาระดับทวิภาคี ซึ่งจะก่อให้เกิดเครือข่ายของกฎหมายที่ยุ่งเหยิงสลับซับซ้อนที่ทำให้ง่ายได้ยาก จนกว่ารัฐจะตกลงยึดกฎเกณฑ์ในรูปแบบเดียวกันได้แล้วเท่านั้น

Jurisdiction : Extratersitoialtiy

เขตอำนาจ : สภาพนอกอาณาเขต

การที่รัฐหนึ่งใช้เขตอำนาจของตนในดินแดนของอีกรัฐหนึ่ง สภาพนอกอาณาเขตจะถูกกำหนดโดยสนธิสัญญา ซึ่งจะมีการระบุถึงบุคคล สาระ และระดับที่เขตอำนาจในท้องถิ่นไม่สามารถนำมาใช้กับพลเมืองของคู่สนธิสัญญาได้ สภาพนอกอาณาเขตเคยมีตัวอย่างมาตั้งแต่ในสมัยก่อนที่จะมีระบบรัฐในปัจจุบันนี้แล้ว การให้สิทธิพิเศษในแบบที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า “แคปปิตุเลชั่น” เป็นสภาพนอกอาณาเขตรูปแบบหนึ่ง ที่กำหนดให้สิทธิพิเศษบางอย่างแก่ชาวคริสต์ในประเทศที่อยู่ภายใต้การปกครองของชาวมุสลิม


ความสำคัญ สภาพนอกอาณาเขตนี้ ข้างรัฐที่มีอำนาจมากมักจะนำไปใช้กับรัฐที่อ่อนแอในระหว่างยุคจักรวรรดินิยมและยุคล่าอาณานิคมตะวันตก วัตถุประสงค์ของสภาพนอกอาณาเขต
ก็คือ เพื่อปกป้องพลเมืองของรัฐที่มีอำนาจมากในที่ซึ่งวัฒนธรรมและระบบกฎหมายของทั้งสองรัฐมีความแตกต่างกันมาก ๆ เช่น ระหว่างหมู่ประเทศตะวันตกกับหมู่ประเทศในตะวันออกใกล้และตะวันออกไกล มีบ่อยครั้งที่สภาพนอกอาณาเขตนี้มีความหมายว่า ชาวต่างชาติที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดทางอาญาถูกพิจารณาดคีภายใต้กฎหมายและคณะลูกขุนของชาติตนยิ่งกว่าจะให้พิจารณาคดีโดยใช้กฎหมายของสถานที่นั้น สนธิสัญญาสภาพนอกอาณาเขต ซึ่งโดยปกติจะไม่ใช่สนธิสัญญาต่างตอบแทน ถูกต่อต้านอย่างรุนแรงว่ามีลักษณะไปจำกัดอำนาจอธิปไตยที่ไม่เท่าเทียมกันจนเดี๋ยวได้สูญหายไปหมดแล้ว อย่างไรก็ตามสภาพนอกอาณาเขตในความหมายพิเศษยังคงมีอยู่ในกรณีของนักการทูต คือ พวกนักการทูตจะปลอดพ้นจากกระบวนการทางกฎหมายในประเทศเจ้าบ้านที่ตนไปประจำอยู่นั้น และในกรณีที่เกี่ยวข้องกับสนธิสัญญาว่าด้วย “สถานภาพของกองกำลัง” ที่ให้สิทธิและหน้าที่แก่กองทัพของประเทศหนึ่งที่เข้าไปตั้งอยู่ในดินแดนของอีกประเทศหนึ่ง

Jurisdiction :High Seas

เขตอำนาจ : ทะเลหลวง

มหาสมุทร ทะเล ทะเลสาขา อ่าวเล็ก อ่าวใหญ่ ทั้งหลายทั้งปวงที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งอยู่ภายนอกน่านน้ำอาณาเขตของรัฐชายฝั่ง ทะเลหลวงเปิดให้แก่ทุกประเทศได้ใช้ประโยชน์ทางด้านการพาณิชย์และการเดินเรือ รัฐอาจจะขยายเขตอำนาจไปยังเรือที่ชักธงของตนในทะเลหลวงได้ แต่จะขยายเขตอำนาจไปยังทะเลหลวงโดยตรงไม่ได้

ความสำคัญ ภายใต้อนุสัญญาเจนีวาว่าด้วยทะเลหลวงปี ค.ศ. 1958 ได้กำหนดไว้ว่า “ไม่มีรัฐใดอาจอ้างสิทธิที่จะทำให้ส่วนหนึ่งส่วนใดของทะเลหลวงตกอยู่ในอธิปไตยของตนได้” ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศนั้น ทุกรัฐมีสิทธิเท่าเทียมกันที่จะเข้าไปใช้ทะเลหลวงทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น (1) ในการประมง (2) ในการวางสายและท่อใต้น้ำ และ (3) ในการใช้เครื่องบินบินเหนือ อย่างไรก็ตามในการใช้เสรีภาพในทะเลหลวงของรัฐต่าง ๆ มีเงื่อนไขทั่วไปกำหนดไว้ว่ารัฐจะต้องใช้โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของรัฐอื่นที่ใช้เสรีภาพแห่งทะเลหลวงนั้นด้วย

Jurisdiction : Hot Pursuit

เขตอำนาจ : การไล่ตามติดพัน

หลักกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ยินยอมให้ไล่ติดตามเรือหรือเครื่องบินที่สงสัยว่าฝ่าฝืนกฎหมายภายในในเขตอำนาจเหนือดินแดนภายในของรัฐ เข้าไปในทะเลหลวงหรือเหนือทะเลหลวงได้ กฎหมายระหว่างประเทศบัญญัติไว้ว่า การไล่ติดพันจะต้อง (1) เริ่มในเขตอำนาจของรัฐผู้เสียหาย (2) ดำเนินการไล่ติดตามโดยเรือรบหรือเครื่องบินรบขององค์อธิปัตย์เหนือดินแดนนั้น (3) ดำเนินไปจนกระทั่งสามารถจับกุมเรือที่ถูกไล่ตามนั้นได้ หรือ (4) สิ้นสุดลงเมื่อเรือซึ่งถูกไล่ติดตามนั้นเข้าสู่น่านน้ำอาณาเขตของรัฐอื่น

ความสำคัญ แนวความคิดเรื่องการไล่ตามติดพันนี้ บ่งบอกให้เราได้เห็นว่า เรือที่ละเมิดกฎหมายภายในของรัฐแล้วไม่สามารถรอดพ้นจากผลการกระทำของตนเพียงแต่หนีออกจากพื้นที่ที่กระทำผิดเข้าไปในทะเลหลวง ซึ่งโดยกฎหมายระหว่างประเทศกำหนดไว้ว่าไม่ได้เป็นของรัฐใด แต่หากการสงสัยของรัฐผู้จับกุมสามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่มีมูล รัฐผู้จับกุมนั้นก็จะต้องชดใช้ค่าเสียหาย หลักการนี้ในกฎหมายระหว่างประเทศเห็นว่ามีความจำเป็นจะต้องมีไว้เพื่อจะได้สามารถใช้เขตอำนาจเหนือดินแดนได้อย่างมีประสิทธิผล

Jurisdiction : Innocent Passage

เขตอำนาจ : การผ่านโดยสุจริต

สิทธิของเรือต่างชาติที่จะสัญจรผ่านน่านน้ำอาณาเขตของรัฐอื่นโดยปราศจากการแทรกแซงขององค์อธิปัตย์ชายฝั่ง การผ่านโดยบริสุทธิ์นี้ให้หมายรวมไปถึงการหยุดและการทอดสมอแต่เฉพาะเท่าที่การหยุดและการทอดสมอนั้นอาจเกิดมีขึ้นในการเดินเรือปกติ หรือกระทำโดยความจำเป็นอันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัย หรือ ทุกขภัย

ความสำคัญ การผ่านจะเป็นไปโดยบริสุทธิ์โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องไม่เป็นอันตรายต่อสันติภาพ ความสงบเรียบร้อย หรือความมั่นคงของรัฐชายฝั่ง ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศมีข้อกำหนดว่า เรือที่ผ่านโดยบริสุทธิ์นั้นจะต้องอยู่ในบังคับของหลักเกณฑ์ปกติของการขนส่งและการเดินเรือ กับหลักเกณฑ์ขององค์อธิปัตย์ชายฝั่ง ในทางกลับกันนั้นเรือของทุกรัฐย่อมได้รับผลประโยชน์จากการใช้เส้นทางที่สะดวกที่สุด ภายใต้เงื่อนไขเดียวกันนี้ อนุสัญญาเจนีวาว่าด้วยทะเลอาณาเขตและเขตต่อเนื่องปี ค.ศ. 1959 ได้ให้การรับรองสิทธิ์การผ่านโดยบริสุทธิ์ของเรือรบ แต่สหภาพโซเวียตและพันธมิตรในยุโรปตะวันออกหลายประเทศ มีข้อสงวนสิทธิ์ว่า เรือรบต่างชาติต้องได้รับการมอบอำนาจเสียก่อนจึงจะยอมอนุญาตให้ผ่านไปได้

Jurisdiction : Outer Space

เขตอำนาจ : อวกาศ

เขตอำนาจระหว่างประเทศเหนือพื้นที่นอกน่านฟ้า แม้ว่าจะไม่มีรัฐใดใช้เขตอำนาจเหนืออวกาศ แต่เรื่องอวกาศนี้ก็เป็นเรื่องที่ประชาคมระหว่างประเทศได้ให้ความสนใจมากยิ่งขึ้นเรื่องหนึ่ง นับตั้งแต่ดาวเทียมจากโลกดวงแรกได้ถูกส่งไปโคจรรอบโลกเมื่อปี ค.ศ. 1957 ในปี ค.ศ. 1959 สหประชาชาติได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการถาวรว่าด้วยการใช้อวกาศโดยสันติขึ้นมา ในปี ค.ศ. 1961 สมัชชาใหญ่ได้ประกาศโดยเอกฉันท์ว่า “กฎหมายระหว่างประเทศรวมถึงกฎบัตรสหประชาชาติให้ใช้กับอวกาศและเทหวัตถุบนฟากฟ้าต่าง ๆ ด้วย” และว่า “อวกาศและเทหวัตถุบนท้องฟ้าเปิดกว้างเพื่อการสำรวจและการใช้ให้แก่ทุกรัฐโดยสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ และจะต้องไม่ตกอยู่ในการถือครองของชาติใด ๆ “ ในปี ค.ศ. 1963 หลักการเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากปฏิญญาแห่งหลักการทางกฎหมายที่ใช้ควบคุมกิจกรรมในอวกาศ ซึ่งกำหนดไว้ดังนี้ : (1) การสำรวจและการใช้อวกาศจะต้องเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของมนุษยชาติทั้งปวง (2) รัฐที่ดำเนินกิจกรรมดังกล่าวจะต้องมีภาระรับผิดชอบระหว่างประเทศต่อการกระทำดังกล่าวของตน (3) กิจกรรมในอวกาศทั้งปวงจะต้องดำเนินไปตามหลักของความร่วมมือและการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (4) รัฐที่ส่งวัตถุหรือบุคคลขึ้นไปในอวกาศย่อมมีเขตอำนาจเหนือวัตถุหรือบุคคลนั้นขณะอยู่ในอวกาศ และขณะเมื่อกลับคืนมาสู่โลกไม่ว่าจะตกลงมาอยู่ที่จุดใด (5) รัฐมีภาระจะต้องชดใช้สำหรับความสูญเสียใด ๆ อันจะเกิดบนโลก ในน่านฟ้าหรือในอวกาศ อันมีสาเหตุมาจากวัตถุที่ตนส่งขึ้นไปในอวกาศนั้น และ (6) นักบินอวกาศให้ถือว่าเป็นทูตของมวลมนุษย์ในอวกาศ และในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรัฐทั้งปวงก็จะต้องให้ความช่วยเหลือแก่พวกเขาและให้รีบส่งตัวพวกเขาคืนให้แก่รัฐที่เป็นเจ้าของยานอวกาศ หลักการเหล่านี้มีอยู่ในสนธิสัญญาว่าด้วยอวกาศซึ่งได้รับการยอมรับโดยสมัชชาใหญ่เมื่อปี ค.ศ. 1966 และมีผลบังคับใช้สำหรับรัฐที่ให้สัตยาบันเมื่อปี ค.ศ. 1967

ความสำคัญ อวกาศและน่านฟ้าได้รับการรับรองในกฎหมายระหว่างประเทศว่าเป็นเขตสองเขตที่มีความแตกต่างกัน แต่ก็ยังไม่มีการแบ่งเขตให้เป็นที่แน่ชัด ผู้รู้บางท่านได้ให้คำนิยาม “น่านฟ้า” ว่า พื้นที่สำหรับใช้บินของอากาศยาน ดังนั้นอวกาศก็คือพื้นที่ที่พ้นจากอำนาจอธิปไตยของรัฐชาติ ส่วนน่านฟ้าอยู่ภายในเขตอำนาจขององค์อธิปัตย์เหนือดินแดนที่อยู่เบื้องล่างนั้น หลักการเหล่านี้ที่มีอยู่ในปฏิญญาต่าง ๆ ของสหประชาชาติเป็นแต่เพียงข้อเสนอแนะ จวบจนกระทั่งสนธิสัญญาว่าด้วยอวกาศได้รับการให้สัตยาบันเมื่อปี ค.ศ. 1967 ถึงแม้ว่าสนธิสัญญาฉบับนี้จะพยายามทำให้อวกาศเป็นเรื่องระหว่างประเทศและพยายามทำให้เกิดความมั่นใจว่าการสำรวจและการใช้อวกาศจะเป็นไปโดยสันติ แต่จากข้อพิจารณาทางด้านการทหารของสหรัฐอเมริกาและอดีตสหภาพโซเวียตได้มาทำลายวัตถุประสงค์ของสนธิสัญญาไปเสียสิ้น หากอำนาจระหว่างประเทศสามารถควบคุมการใช้อวกาศได้อย่างมีประสิทธิผลก็จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในโลกนี้ได้

Jurisdiction : Partition

เขตอำนาจ : การแบ่งดินแดน

วิธีการกำหนดหรือจัดแบ่งเขตอำนาจเหนือดินแดน โดยการแบ่งดินแดนระหว่าง 2 อธิปไตยหรือมากกว่า การแบ่งดินแดนเป็นวิธีการที่มักนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาข้อพิพาทเกี่ยวกับการอ้างอธิปไตยเหนือดินแดน

ความสำคัญ การแบ่งดินแดนเป็นเรื่องเก่าที่มีมาพร้อมกับประวัติศาสตร์ของรัฐชาติ ในประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่า รัสเซีย ปรัสเซีย และออสเตรียให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องที่จะแบ่งดินแดนของโปแลนด์จนกระทั่งประเทศโปแลนด์สูญสิ้นความเป็นรัฐเพิ่งจะได้กลับมามีสภาพเป็นรัฐอีกครั้งหนึ่งหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง การแบ่งดินแดนอาจจะมีการเรียกร้องอยู่ในข้อตกลงสันติภาพ และจะมีหรือไม่มีการออกเสียงประชามติหรือการลงคะแนนเสียงของประชาชนด้วยก็ได้ หลังสงครามโลกครั้งที่สอง อินเดียของอังกฤษได้ถูกแบ่งเป็นสองส่วนระหว่างประชาคมชาวฮินดูกับประชาคมชาวมุสลิมกลายเป็นรัฐอินเดียกับรัฐปากีสถาน ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองฝ่ายพันธมิตรผู้ชนะสงครามเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ทำให้มีการแบ่งแยกเยอรมนีออกเป็นสหพันธรัฐเยอรมนี (เยอรมนีตะวันตก) กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมัน (เยอรมนีตะวันออก) ในทำนองเดียวกัน เกาหลีก็ได้ถูกแบ่งให้เป็นสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ)

Jurisdiction : Prescription

เขตอำนาจ:สิทธิในที่ดินซึ่งได้โดยการครอบครองมาเป็นเวลานาน

วิธีที่ได้รับการรับรองในกฎหมายระหว่างประเทศว่า รัฐใดรัฐหนึ่งสามารถได้กรรมสิทธิ์ในดินแดนที่แต่เดิมรัฐอื่นอ้างกรรมสิทธิ์อยู่ก่อนได้โดยการครอบครองติดต่อกันเป็นเวลานาน และการที่องค์อธิปัตย์เดิมนิ่งเฉยเสียนานโดยที่ไม่ยอมคัดค้านต่อการใช้เขตอำนาจของรัฐอื่น ก็เป็นมูลเหตุให้เกิดการถ่ายโอนกรรมสิทธิ์ของดินแดนนั้นได้

ความสำคัญ สิทธิในดินแดนซึ่งได้มาโดยการครอบครองเป็นเวลานานนี้ จะสร้างกรรมสิทธิ์ให้แก่รัฐใดรัฐหนึ่งได้ก็ต่อเมื่ออธิปไตยเหนือดินแดนนั้นได้เคยอยู่กับรัฐอื่นมาก่อน หากไม่มีองค์อธิปัตย์เคยอยู่ในดินแดนนั้นมาก่อน กรรมสิทธิ์ในดินแดนนั้นจะได้มาโดย “การค้นพบ” จากแนวความคิดในเรื่องสิทธิในดินแดนซึ่งได้มาโดยการครอบครองมาเป็นเวลานานนี้ แสดงให้เห็นว่า เพียงมีกรรมสิทธิ์อย่างเดียวไม่เป็นการเพียงพอที่จะคงดินแดนนั้นไว้กับตนได้ จะต้องมีการกระทำควบคู่ไปกับการใช้เขตอำนาจเหนือดินแดนนั้นอย่างมีประสิทธิผล กฎหมายระหว่างประเทศมิได้ระบุห้วงเวลาไว้เป็นการแน่นอนว่าเมื่อใดกรรมสิทธิ์ในดินแดนจะถ่ายโอนไปเป็นของรัฐที่มาใช้ประโยชน์ในดินแดนนั้นอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย เมื่อการอ้างกรรมสิทธิ์ในดินแดนโดยการครอบครองเป็นเวลานานถูกนำไปให้ศาลหรืออนุญาโตตุลาการตัดสิน แต่ละคดีก็จะถูกตัดสินโดยเที่ยงธรรมโดยอิงหลักเกณฑ์ของกฎหมายระหว่างประเทศ ยกตัวอย่างเช่น การอนุญาโตตุลาการเกาะพาลมัส (ค.ศ. 1928) ระหว่างสหรัฐอเมริกากับเนเธอร์แลนด์ ได้ตัดสินให้การรับรองกรรมสิทธ์ในดินแดนแห่งนั้นของเนเธอร์แลนด์โดยอิงหลักการใช้เขตอำนาจอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสายมานาน

Jurisdiction : Territorial Waters

เขตอำนาจ : น่านน้ำอาณาเขต

แนวน้ำที่อยู่ประชิดกับชายฝั่งของรัฐ ซึ่งรัฐนั้นใช้อำนาจอธิปไตยเหนือ น่านน้ำอาณาเขตกว้าง 3 ไมล์เป็นพิกัดขั้นต่ำสุดที่ได้รับการรับรองโดยรัฐต่าง ๆ ทั่วโลกแต่ยังไม่มีการยอมรับโดยทั่วไปในพิกัดสูงสุด มีรัฐจำนวนหนึ่งอ้างเขตอำนาจเหนือน่านน้ำอาณาเขตกว้าง 12 ไมล์ และมีบางรัฐอีกเหมือนกันอ้างเขตอำนาจเหนือน่านน้ำอาณาเขตกว้าง 200 ไมล์ สนธิสัญญาว่าด้วยกฎหมายทะเลปี ค.ศ. 1982 ได้กำหนดให้รัฐชายฝั่งมีเขตอำนาจเหนือน่านน้ำอาณาเขต 12 ไมล์ แต่ก็ยังมีหลายรัฐไม่ยอมให้สัตยาบันสนธิสัญญาฉบับนี้

ความสำคัญ เขตน่านน้ำอาณาเขตควรจะเป็นเท่าใดมักเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันในประชาคมระหว่างประเทศ เขตน่านน้ำในพิกัดขั้นต่ำสุด 3 ไมล์ได้รับการยอมรับในช่วงคริสตศตวรรษที่ 18 ว่าเป็นพิกัดที่อำนาจการยิงของปืนใหญ่ที่ยิงจากชายฝั่งสามารถไปได้ถึง ที่อ้างสิทธิเหนือน่านน้ำอาณาเขตมีพิกัดกว้างไกลไปกว่านี้นั้นก็มักจะเกี่ยวข้องกับเรื่องทางการเมืองหรือทางยุทธศาสตร์ หรือเพราะว่าเป็นแหล่งทรัพยากรบางอย่าง เช่น แหล่งประมงหรือแหล่งน้ำมัน เป็นต้น ที่รัฐชายฝั่งต้องการจะมีเขตอำนาจทางดินแดนเหนือแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นเอง ถึงแม้ว่าการประชุมที่เจนีวาว่าด้วยกฎหมายทะเล (ปี ค.ศ. 1958 และ ปี ค.ศ. 1960) จะก่อให้เกิดอนุสัญญาต่าง ๆ ที่ว่าด้วยทะเลหลวง ว่าด้วยไหล่ทวีป ว่าด้วยการอนุรักษ์แหล่งประมง และว่าด้วยน่านน้ำอาณาเขต (หลักเกณฑ์ว่าด้วยการใช้) แต่การประชุมดังกล่าวก็ไม่สามารถสร้างมติด้วยคะแนนเสียงสองในสามที่จำเป็นสำหรับการที่จะกำหนดพิกัดของน่านน้ำอาณาเขตให้เป็นแบบเดียวกันได้

Jurisdiction : Thalweg

เขตอำนาจ : ร่องน้ำลึก

หลักเกณฑ์ของกฎหมายระหว่างประเทศที่กำหนดถึงจุดที่ตั้งของเส้นพรมแดนระหว่างสองรัฐที่แยกออกจากกันโดยมีแม่น้ำที่สามารถเดินเรือได้คั่นอยู่กลาง ร่องน้ำลึกที่ภาษาอังกฤษใช้ว่า ทัลเว็ก หรือ ดาวน์เวย์ ก็คือ จุดกึ่งกลางของร่องน้ำใหญ่ (หรือ เมนแชนเนล หรือ ดาวสตรีมเคอร์เร้นท์)

ความสำคัญ แม่น้ำอาจเปลี่ยนทางเดินได้เพราะผลมาจากสาเหตุทางธรรมชาติ หากไม่สามารถตกลงในเรื่องเส้นพรมแดนนี้ให้เป็นที่แน่ชัดได้แล้ว ก็อาจจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับเรื่องต่อไปนี้ คือ ปัญหาพิกัดอัตราภาษีศุลกากร ปัญหาเงินค่าผ่านทาง ปัญหาเขตอำนาจเหนือเรือ และปัญหาผู้หลบหนีคดีอาญาข้ามรัฐ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับร่องน้ำลึกนี้สามารถนำไปใช้กับปากแม่น้ำและอ่าวได้ด้วย

==============================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด